รักแบบทะนุถนอม......หรือทำร้ายโดยไม่รู้ตัว
posted on 04 Aug 2007 15:23 by pink76 in Other*** Entry นี้ยาวมาก ท่านใดที่อ่านจบก็จะขอขอบคุณ
วันนี้นึกครึ้มอกครึ้มใจ กลับไปนั่งอ่านบอร์ดเก่าพัดชา ที่ต้องปิดไปเพราะมีปัญหาเรื่องพื้นที่ของบอร์ด
ตอนนี้ ที่บอร์ดนั้นก็เปรียบเหมือนพิพิธภัณฑ์ เก็บของเก่า รอคนเข้าไปแวะเวียนเยี่ยมชม แต่ก็ทำอะไรในนั้นไม่ได้นอกจากมอง
ทั้งๆที่บอร์ดนั้น เป็นสถานที่ๆเรียกได้ว่า อบอุ่น มากๆ
เพราะปัจจุบัน แฟนคลับที่เรียกว่ารุ่นบุกเบิก กลับหายไปตามกาลเวลา จะด้วยไม่มีเวลา หรือมีเอเอฟรุ่นใหม่เข้ามาตามที
จะมีวันกลับไปเป็นแบบตอนนั้นได้อีกเปล่า
อันที่จริง เราไม่ได้หมายความว่ามีคนรักพัดชาน้อยลงนะ
เพียงแต่บอร์ดไม่อบอุ่นเหมือนเก่าเท่านั้นเองแหละ
บ่นอะไรน้อเรา เข้าเรื่องๆ
--------------------------------
จากข้อความของคุณ parin ตอนมีตติ้งครั้งแรกจบใหม่ๆ ปีหรือสองปีมาแล้ว
" ได้อ่านmemo#67 ของพัดชาในห้องของพัดแล้วก็อดสะท้อนใจไม่ได้
แฟนคลับแทบทุกคนบอกรักพัดชา สงสารพัดชา ให้กำลังใจพัดชา แต่รู้บ้างหรือไม่ว่า บางทีพวกคุณเองก็เป็นคนที่ทำร้ายทั้งร่างกายและจิตใจของพัดชา โดยที่ไม่รู้ตัว
แฟนคลับของพัดชาส่วนใหญ่เป็นเยาวชน อายุน้อยกว่าพัดชา มีไม่เยอะหรอกครับที่เป็นคนมีวัยวุฒิแล้ว(บรรลุนิติภาวะ) และในบรรดาคนที่มีวัยวุฒิ ก็มิได้หมายความว่า ทุกคนมีวุฒิภาวะสูงเสมอไป
ความรักของเยาวชนที่มีต่อพัดชาเป็นความรักที่บริสุทธิ์ สวยงาม ตามวัยของพวกเขา แต่ความรับผิดชอบต่อความรัก และรู้จักคำว่า "รัก" ดีพอหรือเปล่า นั่นเป็นอีกเรื่องหนึ่ง
วัยขนาดนั้นยังแยกไม่ออกหรอกครับว่า อะไรคือ รักแท้ อะไรคือความหลงไหล แม้แต่เด็กวัยรุ่นที่ยอมฆ่าตัวตายเพื่อแสดงความรักที่พวกเขามีต่อนักร้องเจร็อคคนหนึ่งเมื่อหลายปีก่อน ก็มิได้แสดงให้เห็นนะครับว่า นั่นเป็นรักแท้ แต่เป็นรักชั่ววูบที่มีอารมณ์เป็นตัวชี้นำ
รักแท้ (True love) คือ อย่างไร?
ตอบไม่ได้ในเวลานี้ แต่คำตอบจะตามบอกคุณเองเมื่อเวลาผ่านไประยะหนึ่ง หรือเมื่อ คนที่คุณรักตกทุกข์ได้ยาก
ในจำนวน 4000กว่าคน อาจเหลือแค่ 40 และในจำนวนที่ไปในงานมีทติ้ง 300 คน อาจมีแค่ 20คนเท่านั้นที่มีรักที่แท้จริงต่อพัดชา (หรืออาจจะไม่มีเลยก็ได้)
อะไรกัน? รักแท้หายากปานนั้นเชียวหรือ?
ครับ ยากจริงๆ และอย่าเสียเวลาไปหาคำตอบของมันเลยครับ เรารักเพราะพัดชาเป็นพัดชาในเวลานี้ก็พอเพียงแล้ว เรื่องราวในอนาคตให้เป็นเรื่องในอนาคตเถอะ
ที่พูดนี้ก็ไม่อยากให้ใครแสดงความหลงใหลจนเกินคำว่า พอดี
คำว่า พอดี อยู่ตรงไหน?
ก็อยู่ตรงที่ไม่ไปสร้างความเดือดร้อนรำคาญใจให้กับพัดชาซึ่งเป็นคนที่คุณรักน่ะสิครับ
ในเมื่อเส้นแบ่งมันอยู่ตรงนั้น แล้วเราจะทราบได้อย่างไรว่า ที่เราแสดงออกต่อพัดนั้น เกินพอดีกำลังที่พัดชาจะรับได้หรือยัง? เพราะไม่เห็นเธอแสดงออกด้วยสีหน้า และอารมณ์เลยนี่นา แสดงว่า ยังเติมได้อีกเรื่อยๆ ใช่ไหม จนกว่าเธอจะหน้ามุ่ย และร้องไห้ (จึงจะรู้ตัวว่า เกินพอดี ไปแล้ว)
อย่ากระนั้นเลยครับ ถ้าเกิดเหตุการณ์เช่นนั้น ก็จะรังแต่สร้างความเสียใจและบั่นทอนกำลังใจให้กับทุกฝ่าย รวมทั้งคนที่คุณรักด้วย
เรามาสร้างความรักที่มีต่อ idol (ดาราในดวงใจ) อย่างมีระเบียบ และมีวุฒิภาวะกันดีไหมครับ แม้พวกเราหลายคนจะยังไม่ถึงวัยที่จะมี แต่ถ้าเรา "รักเขา" อย่างจริงใจ เราก็ต้องยอมสร้างมันขึ้นมา เพื่อให้ความรักที่มีต่อกัน ยืนยง และมั่นคง สวยงามตลอดไป
ทำอย่างไรล่ะ?
ผมขอยกตัวอย่างที่เกิดขึ้นในวันมีทติ้งนะครับ พัดชาเดินลงมานั่งข้างล่างเพื่อดูละครร่วมกับพวกเรา ยังจำได้ไหม?
แล้วปรากฏว่า แฟนคลับกรูกันไปห้อมล้อม ถ่ายรูปในระยะกระชั้นชิด (ไม่เกินสองฟุต) ใส่หน้าพัดชาที่นั่งยิ้มแป้นอยู่
ไม่ใช่แค่กล้องเดียว เป็นสิบๆ กล้อง
ไม่ใช่แค่แสงแฟสชเดียว แต่เป็นสิบๆ แสงไฟกระพริบวูบวาบ
ไม่ใช่แค่คนละรูป แต่คนละหลายๆ ช็อต
ผมยืนมองอยู่ข้างหลังห่างๆ ร้องได้คำเดียวว่า "Oh..my god"
รู้นะครับว่า ทุกคนที่ทำเช่นนั้นทำเพราะ รักพัดชาทั้งนั้น แต่มีใครรู้ไหมครับว่า พวกท่านกำลังทำร้ายดวงตาของคนที่คุณเคยบอกว่า "รัก..รัก..รัก เท่าฟ้า"
ลองดูนะครับ ลองจินตนาการดู..เอาตัวคุณเอง หรือ ลูกสาว..พี่สาว..คุณแม่ ของคุณไปนั่งอยู่บนเก้าอี้ แล้วมีกล้องหลายสิบตัวมาถ่ายรูปด้วยแสงแฟลชในระยะใกล้(มาก)
คุณจะยังทนยิ้มอยู่ได้
คุณจะไม่หยีตา
ได้นานเท่าใด?
แล้วพัดชาน่ะ เจอกับสถานการณ์เช่นนี้นับตั้งแต่ออกจากบ้านสารินมากี่ครั้งแล้วครับ หลักสิบ หรืออาจถึงร้อยครั้งแล้วก็ได้
พอกลับบ้าน คุณยิ้มย่องผ่องใส รูปถ่ายระยะใกล้ เห็นชัดแจ๋วแหวว แต่รู้บ้างไหมครับว่า.. พัดชาอาจจะต้องร้องไห้หน้ากระจกทุกครั้งที่กลับจากการโชว์ตัวแล้ว
ที่เห็นเขานั่งยิ้ม เบิกตาโต ตลอดเวลา โดยไม่แสดงอาการรำคาญหรือเคืองนั้น มีอยู่สองเหตุผลที่อธิบายได้..
1..ความจำเป็นบังคับ กลัวเสียภาพลักษณ์ กลัวเสียแฟน
2..เขารักพวกคุณ จนไม่กล้าที่จะทำให้พวกคุณเสียใจ
แต่ถ้าเขามีทางเลือกได้โดยไม่ทำให้เขาเสียหาย.....เผ่นสิครับ ใครจะไปทนไหว
ถ้าคุณเคยดูนักร้องดังๆ ต่างประเทศที่ทัวร์คอนเสิร์ต บนเวที เขาจะมีคอกกั้นเอาไว้ระยะหนึ่งไม่ให้ถึงตัวนักร้อง เวลาถายภาพก็ไม่อาจถ่ายในระยะใกล้ๆ ได้ เวลาให้สัมภาษณ์ แฟนคลับต้องอยู่ในระยะห่างอย่างน้อยสองเมตร
เวลาลงจากเวที จะกลับบ้าน แฟนคลับรออยู่ตรงไหน พวกนั้นจะออกไปอีกทางหนึ่ง ถ้าแฟนคลับกรูกันเข้ามาหา เขาวิ่งหนีขึ้นรถเลยครับ เขาไม่ต้องสนใจเลยว่า พวกแฟนคลับจะคิดอย่างไร เพราะเขาถือว่า สิทธิส่วนบุคคลของเขาสำคัญกว่า ไม่ควรละเมิด
พัดชายังไม่ดังขนาดนั้นหรอก แต่วันหนึ่งข้างหน้า เพื่อรักษาชีวิตและสุขภาพกายสุขภาพจิตของตัวเอง บางทีเธออาจต้องคอยหนีแฟนคลับบ้างก็ได้ ........พวกเราคงไม่อยากเห็นเธอเป็นเช่นนั้นหรอก จริงไหมครับ......
ในชีวิตของคุณทุกคนไม่ว่าหญิงหรือชาย ต้องเคยเล่นตุ๊กตาหมีมาก่อน เคยได้ยินไหมครับว่า ความรักที่ไร้เดียงสานั้นเป็นภัย
เด็กคนหนึ่งรักมันมาก กลัวมันเหม็น ฉีดน้ำหอมให้มันทุกวันๆ ผลหรือครับ ขนที่ทำจากโพลีเอสเตอร์มันกำจัดสารเคมีในน้ำหอมไม่ได้ และหมักหมมเต็มที่ จนตุ๊กตาเปลี่ยนสีขน และเหนียวหนึบหนับ
ครั้นรักมาก จับไปอาบน้ำด้วย ผลก็คือ ขนของมันหลุดร่วงไปเสียมาก จนกลายเป็นตุ๊กตาหมีขี้เรื้อน
แล้วมันซ่อมได้ไหมครับ ส่วนใหญ่ก็คงต้องทิ้งไปอย่างน่าเสียดาย
นี่ก็เพราะความรักแบบไร้เดียงสาเช่นกันใช่ไหมครับ
เรื่องที่สอง..
อยากให้พัดชาทำอย่างนู้น ทำอย่างนี้ให้ ครั้นพัดชาไม่ได้ทำให้ก็โกรธ บางทีพาลไปเลย
ก็อยากให้นึกถึงแม่คนหนึ่งที่ต้องเลี้ยงลูกหลายคน ถ้ามีไม่เกินสิบคน ก็ยังพอให้ความรัก ความเอาใจใส่ถ้วนทั่วไหว แต่ถ้า มีเป็นร้อยๆ คนอย่างในงานมีทติ้ง ผมว่า..แม่คนไหนก็ดูแลไม่ไหวครับ ถ้าลูกๆ ไม่ช่วยกันและสงสาร เห็นใจแม่..คนนั้นบ้าง
ที่ผมยกตัวอย่างน่ะ..หมายถึงคุณแม่ที่ให้กำเนิดลูก นะครับ
แล้วพัดชาเป็นใคร..
เขาก็เป็นแค่เด็กสาวอายุ 20 ที่ยังไม่พร้อมจะมีลูกของตัวเองแม้แต่สักคนด้วยซ้ำ
แล้วจะให้รัก ให้ปฏิบัติต่อแฟนคลับอย่างที่ใจของแฟนคลับบางคน(ที่เอาแต่ใจตัวเอง) จนเป็นที่พอใจน่ะ ทำไปได้อย่างไร ผมยังนึกไม่ออก
ทุกคน 4000 คนในเว็ปบอกรักพัดชาได้ทุกวัน วันละหลายครั้ง แต่พัดชาบอกรักแฟนคลับทุกคนไม่ได้ แม้แค่คนละครั้ง ตรงนี้ต้องทำใจยอมรับ
รักที่พัดชามีให้แฟนคลับ เป็น Fair love ไม่ใช่ True love สิ่งที่พัดชามอบให้กับทุกคนโดยเท่าเทียมกันได้เป็น moderate treatment ไม่ใช่ best treatment
บางทีคุณต้องยอมรับและเห็นใจบ้างที่จะ..
-ไม่ได้กอดพัดชาเหมือนคนอื่น
-ไม่ได้ถ่ายรูปเดี่ยวกับพัดชา
-ไม่ได้จับมือพัดชา
หรือ..แม่แต่ ไม่ได้ลายเซ็นต์สวยๆ จากพัดชา
ผมเองยืนมองแถวยาวเฟื้อยที่ต่อคิวให้พัดชาเซ็นต์ชื่อให้และขอสิทธิพิเศษอื่นๆ แล้วก็บอกกับครอบครัวว่า ฮย่าเลย เรามาตั้ง 5 คน (รวมเพื่อนลูกสาว) ไม่ใช่ไม่อยากได้นะครับ อยากเหมือนพวกคุณทุกคนนั่นแหละครับ แต่นึกถึงอกเขาอกพัด แล้วก็คิดว่า..ไว้วันหลังที่พัดชาไม่เหน็ดเหนื่อยเท่านี้ดีกว่า
เรื่องสุดท้ายแล้วครับ..
เมื่อพัดชาทำผิดพลาดไป อะไรคือ ความผิดพลาด เรายังต้องมานิยามกันอีกที เพราะบางทีเธอไม่ได้ทำผิดหรอก แต่ทำไม่ถูกใจแฟนคลับบางคน(ที่กล้าออกเสียง) ต่างหาก
ถาผิดจริง ก็เป็นเรื่องธรรมดาของเด็กสาวอายุ 20 ที่กระทำได้ เพราะเธอเป็นมนุษย์ธรรมดาเหมือนพวกเรา
สิ่งที่คนรักพัดชาต้องทำอย่างยิ่ง คือ ให้กำลังใจ และต้องไม่ทำอย่างยิ่ง คือ ซ้ำเติม
ตั้งแต่อยู่ในบ้านสารินแล้ว พัดชาเป็นคนที่สำนึกผิดได้ และยอมรับความผิดพลาดของตัวเองเสมอมา ในวันนี้ ก็ยังคงเป็นเช่นเดิม เธอเสียใจกับการกระทำที่เธอทำผิดจริงๆ หลายครั้ง และทุกครั้งก็จบลงที่..น้ำตา เสมอครับ
ใครว่า พัดร้องไห้ยาก
หลังจากออกจากบ้านสารินเป็นต้นมา พวกแฟนคลับนี่แหละครับที่ทำให้เธออ่อนแอ ปวกเปียก ไปหมด (พลังรักของพวกเรานี่มันรุนแรงจริงๆ)
แต่..
ถ้าเธอไม่ได้กระทำผิด แต่เป็นเพราะกระทำไม่ถูกใจแฟนคลับบางคน แล้วลงโทษด้วยคำพูดว่า พัดทำผิด
แน่นอนว่า เรื่องเช่นนี้ มันไม่มีคำพิพากษาหรอกว่า ผิดจริง หรือ แค่แฟนบางคนคิดผิด
แต่พัดชาจะแสดงออกไม่ยอมรับ ไม่เห็นด้วยกับแฟนคลับที่มีปากมีเสียงไม่ได้ เธอก็ต้องเก็บงำเอาไว้ในใจ แล้วไปสารภาพกับหน้ากระจกเช่นเคย .....ร้องไห้เหมือนกันครับ....แต่กรณีนี้ร้องแบบเจ็บช้ำน้ำใจกว่ากรณีที่เธอสำนึกผิด
บทความของผมวันนี้มิได้มีเจตนาสั่งสอนใคร กล่าวร้ายใคร แต่มีเจตนารมณ์เดียว คือ ต้องการความรักและความทุนถนอมจากแฟนคลับที่คิดว่า รักพัดชาจริงๆ
และเรื่องที่นำมาบอกกล่าวก็เป็นความกดดันที่พัดชาและทีมงานรับมา และ ไม่สามารถพูดและระบายให้ใครฟังได้ ทุกสิ่งทุกอย่างเป็นเรื่องจริง
ขอบคุณนะครับที่อ่านมาถึงตรงนี้ได้ จากนี้ไป จะรักพัดชาแบบทะนุถนอม หรือ ทำร้าย ก็สุดแต่ใจของแฟนคลับล่ะครับ "
-------------------------------------------
อ่านแล้วรู้สึกเหมือนมีใครตบหัวดังโบ๊ะ!!!!!!
ถูกเผง!!!!
เรารักเขาน่ะใช่ แต่เรารักเขาแบบไหน แบบดูแล หรือแบบทำร้าย
มีตติ้งในข้อความนั้น ไม่ได้ไปหรอกค่ะ
ไปตอนวันเกิดพัดชาปีนี้
คนมากกว่าสิบคน รวมทั้งเรา รุมล้อมพัดชา เพราะเหตุผลตรงกัน
"อยากใกล้ชิดศิลปินคนโปรด"
รุมจนบางคนเกือบตกเวที พัดชาที่รีบไปคอนเสิร์ตของทรูต่อก็ต้องอยู่แป๊ปนึง
รู้สึกผิดเลย เราไม่ได้ทำอะไรให้เขา แล้วจะเรียกร้องอะไรนักหนา
เหมือนคนเอาแต่ได้เลย
เอาเป็นว่า ถ้าเราเป็นแฟนคลับแบบคนกลุ่มหลัง ก็อยากจะปรับปรุงตัวหน่อยละ
แต่ถ้าเป็นแบบแรก ก็อยากจะเป็นอยู่แบบนี้ แบบที่ไม่ทำให้เขาหนักใจ และเรามีความสุข

