สะบายดี....เมืองลาว [ตอนที่2]
posted on 11 Jan 2008 22:36 by pink76 in Galleryความเดิมตอนที่แล้ว.....ไปอ่านเอาเองเนอะ
-
-
-
เราเดินทางโดยรถตู้ไม่นานก็ต้องขึ้นแพยนต์ข้ามแม่น้ำโขง
ระหว่างที่รอรถขับเข้าไปในแพก็แวะไปนั่งกินน้ำที่ร้านข้างทาง เรานั่งกินขนม บางคนก็สั่งน้ำมะพร้าว
กินหมดแก้ว กลับบอกเป็นเสียงเดียวกันว่า "ไม่อร่อยอย่างที่คิดไว้"
แต่ก็ช่วยไม่ได้ ไม่มีใครจะกำหนดได้สักหน่อยว่ามะพร้าวจะอร่อยทุกลูกนี่นา....
เดินฝ่าแดดไปถ่ายรูปริมแม่น้ำโขง แต่ก็ไม่สวยอย่างที่คิดไว้
มุมอาจยังไม่เหมาะพอ....
วิ่งหามุมได้ไม่นานก็ต้องรีบเผ่นกลับมาหาที่ร่ม
นึกสงสัยว่าประเทศไทยกับลาวใช้พระอาทิตย์ดวงเดียวกันรึเปล่า ทำไมแดดแรงได้ขนาดนี้
นี่ขนาดมีร่มบังหัวไว้แล้วนะ ทั้งร้อนและแห้งสุดๆ
รอไม่นาน ไกด์ก็เรียกเราไปขึ้นแพ เราเลือกที่จะไม่ไปนั่งๆนอนๆรอในรถ เพราะอยากจะถ่ายภาพ
ระหว่างนั้นก็มีสาวน้อย อยู่ปอสี่มาเดินขายของ เป็นที่ตักปลาร้า
แต่คนส่วนมากที่ยืนอยู่บริเวณนั้นก็ไม่มีใครที่ชอบทานปลาร้าเป็นชีวิตจิตใจอยู่แล้วจึงลองถามไป
"ถ้ากินปลาร้าไม่เป็น จะเอาไปทำอะไรล่ะ"
"ก็เอาไปปลูกต้นไม้สิคะ แบบนี้น่ะ" เธอตอบด้วยภาษาไทยชัดแจ๋ว พร้อมแสดงท่าทางประกอบ
เอาแล้วสิ หลายๆคนชักติดใจหนูน้อยคนนี้เข้าเสียแล้ว
ระหว่างที่แพยนต์ล่องไป เราก็ได้ซักถามประวัติเล็กน้อย จึงได้ทราบอะไรนิดหน่อย
เธอมีชื่อจริงชื่อนางน้อย มีชื่อเล่นชื่อปุ๊กกี้ (น่ารักเชียว)
ปกติจะขายของทุกวัน ถ้าวันธรรมดาก็มาขายตอนพักเที่ยง (เนื่องจากพักเที่ยงที่นี่จะให้ทานข้าวที่บ้าน เวลาจึงมีมาก)
ถ้าเป็นวันหยุดก็จะขายเต็มวันเลย
เธอเรียนรู้ภาษาไทยจากรายการโทรทัศน์ของไทยเรานี่แหละ ช่องสามและเจ็ดเป็นช่องที่ดูบ่อย
คุยไปคุยมา ผู้ใหญ่หลายคนชักชอบ เลยซื้อของจากหนูน้อยปุ๊กกี้คนนี้ไปคนละอันสองอัน
ได้เวลาแพเทียบท่าพอดี จึงบอกลากันชั่วคราว เพราะเราจะมาเจอกันตอนขากลับอีก
-
เรานั่งรถผ่านเมื่องเก่าจำปาสัก ที่นี่มีบ้านแบบใหม่และแบบที่มีอายุมากกว่าเราปะปนกันไป
เห็นบ้านบางหลังก็เก่าจนน่าตกใจ อายุมากกว่าเรากี่รอบกันล่ะนั่น....
-
ไม่นานก็มาถึงเขตของวัดภู มีสระน้ำใหญ่เลยอยู่ด้านหน้า
พยายามจับใจความจากไทยคำลาวคำของตาดำก็พอจะทราบว่าที่นี่เคยเป็นที่อาบน้ำ
แต่จำไม่ได้แล้วสิว่าอาบไปเพราะอะไร
ก่อนจะเดินเข้าวัดภูก็แวะซื้อดอกไม้ไปสักการะ
รูปแบบของดอกไม้จะไม่เหมือนใคร เป็นแบบไหนเดี๋ยวจะได้เห็นกัน
ข้างๆมีร้านขนมครก เลยแวะซื้อไปด้วย
ขนมครกนี้แปลกตรงที่ต้องราดน้ำตาลไปด้วย เพราะไม่ได้หวานในตัวเหมือนของบ้านเรา
ซื้อมากันสองสามถุง หยิบไปหยิบมาระหว่างเดินไปตามทาง ไม่นานก็หมด
พี่ตาดำเล่าอีกว่า ถ้าเข้าวัดภูแล้วเนี่ย จะมีดอกจำปาเต็มไปหมด
ดอกจำปาของลาว ก็คือดอกลั่นทมของไทยนี่แหละค่ะ เต็มสองข้างทาง
จริงๆเราก็แอบเห็นดอกไม้ขาวๆตั้งแต่ก่อนเข้าแล้วล่ะ คงเยอะน่าดู
และนี่ก็คือลั่นทมต้นแรกที่เจอ
โชคดีีที่มาช่วงที่กำลังออกดอก จึงดูสวยเป็นพิเศษ
ขณะที่กำลังดีใจกับสิ่งที่เราคิดว่ามาถึงแล้ว พี่ไกด์ก็พูดเบรคเราชะงัก
เขาบอกว่า นี่ยังแค่เริ่ม ต้องเดินขึ้นบันไดไปอีก ยังไม่ถึงจริงๆหรอก
เราร้อง อูววววววว พร้อมมองบันได (โคตร) สูงชัน
ขั้นนึงแค่เข่าเอ๊งงงง ไม่ชันเล้ย.......
ก่อนที่จะเดินขึ้นก็เอาดอกไม้ ธูปเทียนที่ซื้อจากข้างหน้าไปไหว้ซะก่อน
ได้เห็นกันแล้วเนอะว่าดอกไม้ที่นี่แปลกยังไง
เราว่าดีออก เพราะดูจากสภาพดอกไม้นี่ก็ไปเก็บลั่นทมที่หล่นๆมาใส่นั่นแหละ
อาจจะเบียดเบียนต้นกล้วยนิดหน่อย แต่วัสดุก็มีแค่ใบตองกะดอกไม้นั่นแหละค่ะ
เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม
เราทั้งหมดชื่นชมจุดเริ่มต้นของวัดภู ถ่ายรูปหมู่ แล้วก็ออกเดินต่อ
-
-
-
-
-
TO BE CONTINUE....


-- สวยมากจริงๆ อ่ะ โอ๊ยยยยย เห็นแล้วอยากไป
-- ท่าทางแดดจะแรงพอควรเลยนะคะ
-- ดอกไม้เค้าทำไว้ไหว้สวยดีเนอะ
-- แล้วจะมาติดต่อตอนต่อไปนะคะ
#1 By Evil-minded Angel on 2008-01-11 23:05