[CS] The diary of Touch Cloud Camp No.2

posted on 05 Jun 2008 19:03 by pink76  in CubicSchool

Credit : ค่ายดอยแตะเมฆ (เหตุการณ์สมมติ) จากบลอคของ ไทย[ธีร์ นทีธารทรัพย์พิสิทธิ์]

 

ยังคงเป็นวันที่ 3 พฤษภาคม 2551
ที่เต็นท์เหมือนเดิมนั่นแหละ


เมื่อกี้ฉันเขียนจนจบตอนเดินทางไกลแล้วสินะ ตอนเย็นวันนี้ก็มีกิจกรรมรอบกองไฟด้วยล่ะ กองไฟที่แผ่รังสีความร้อนออกมา หากฉันนั่งอยู่ข้างๆมันในระยะที่เหมาะสม มันก็ทำให้ฉันคลายหนาวได้ดีทีเดียวเชียว
ช่วงแรกยังเป็นการร้องเพลง เล่น และเต้นกันรอบๆกองไฟ อินทรีเป็นคนนำอีกครั้ง ฉันว่าเขาเก่งเรื่องนี้เหมือนกันเนอะ

ไทยพาเด็กใหม่ของโรงเรียนเรามาด้วยสามคน เขาบอกว่า สามคนนี้ได้ข่าวค่ายดอยแตะเมฆมาจากพวกเราที่คุยกันแบบไม่ค่อยเก็บอาการสักเท่าไหร่ ก็เลยนั่งรถไฟตามมาด้วย สามคนนี้ชื่อว่ากีกี้ โคลเวอร์ แล้วก็ต้นไม้
ทั้งสามคนเข้ากับพวกเราทั้งหมดได้อย่างง่ายดาย ดีจังที่เราจะได้เป็นเพื่อนกัน ไม่ใช่แค่ที่นี่ แต่จะเป็นที่โรงเรียนในอนาคตด้วย

เราร้องรำทำเพลงไปสักพัก ไทยก็ให้เราออกมาพูด เขาให้หัวข้อไว้ว่า จะลดโลกร้อนได้อย่างไร

พูดถึงปรากฎการณ์เรือนกระจก และโลกร้อนเนี่ย แม่ฉันเคยพูดถึงเหมือนกันนะว่ามันไม่ใช่เรื่องเล่นๆเลย จริงอยู่ที่ปรากฎการณ์เรือนกระจกจะทำให้โลกร้อนขึ้นปีละไม่กี่องศา แต่ถ้าไม่กี่องศาที่ว่านั่นมารวมกันล่ะ มันน่ากลัวนะ
ฉันไม่ชอบอากาศร้อน แล้วฉันก็อยากให้เด็กรุ่นลูก รุ่นหลานของฉันได้เห็นโลกที่สวยงามแบบที่ฉันได้เห็นและได้สัมผัสอยู่ตอนนี้
ซึ่งถ้าถามว่ามีวิธีอะไรบ้างที่ฉันพอจะทำได้ ก็คงเป็นการประหยัดไฟ ลดการใช้พลังงาน แล้วก็ใช้พวกพลาสติกหรือโฟมให้น้อยที่สุดนั่นแหละ
เพื่อนๆหลายคนออกมาพูดในหัวข้อนี้ได้น่าสนใจทั้งนั้น ฉันว่าจะจำไปเล่าให้คุณแม่ฟังด้วยล่ะ คุณแม่กำลังสนใจเกี่ยวกับเรื่องนี้มากๆเลย

ต่อมาเป็นการเล่าเรื่องผี ฉันไม่เคยเจอผี แล้วก็จำเรื่องผีที่ใครต่อใครเคยเล่าให้ฟังไม่ค่อยได้ เลยขออาสาเป็นผู้ฟัง เรื่องที่เพื่อนๆแต่ละคนเล่ามาน่ากลัวชะมัด ทั้งผีที่โผล่มาแบบแว่บไปแว่บมา หรือผีที่โผล่มาให้เห็นหน้าจังๆ
ฉันไม่ค่อยกลัวผีเท่าไหร่หรอก แต่ถ้าตอนเจอจังๆก็อาจเปลี่ยนคำพูดได้เหมือนกัน

สุดท้ายให้พูดถึงเพื่อนๆที่มาค่ายด้วยกัน ก็เลยขอพูดถึงไทยที่เป็นบัดดี้ของฉันก่อนละกัน ขอบคุณไทยมากๆที่ช่วยเทคแคร์ดูแลฉันเป็นอย่างดี ไม่ขาดตกบกพร่องอะไร แถมยังเป็นหัวหน้าค่ายที่ดี นายเก่งที่สุดเลยล่ะ
แล้วก็เพื่อนๆทุกคน แน่นอนว่าถ้าไม่มีเพื่อนๆ ค่ายนี้ก็คงไม่สนุกอย่างนี้หรอก คราวหน้าฉันอยากไปเที่ยวด้วยกันอีกจัง

มาค่ายครั้งนี้ดีเหมือนกันนะ สามารถทำให้ฉันขยันเขียนไดอารี่ได้ตั้งหลายหน้า หลังจากที่ร้างลาไปนานเพราะความขี้เกียจ
คงได้เวลานอนซะที นี่ก็เปิดไฟฉายเขียน แยงตาคนนอนข้างๆซะนานแล้ว เกรงใจเขา แถมพรุ่งนี้ก็ต้องตื่นแต่เช้า ไปเที่ยวในเชียงใหม่ต่ออีก เอาล่ะ ราตรีสวัสดิ์นะ





4 พฤษภาคม 2551
บนรถไฟ


ตอนนี้ฉันกำลังเดินทางกลับไปกรุงเทพโดยรถไฟแบบเดียวกันกับขามา (แต่คงไม่ใช่ขบวนเดียวกันแน่นอน)

วันนี้ฉันออกจากดอยแตะเมฆตอนราวๆ 10 โมง ร่ำลาธรรมชาติในตอนที่มันกำลังสวยงามเลยทีเดียวเชียว นั่งรถสองแถวคันเดิมกลับสู่พื้นโลก ขากลับรู้สึกว่าเส้นทางที่นั่งรถออกไปมันสั้นนิดเดียวเอง แต่ก็อดใจหายไม่ได้ ต้องกลับแล้วสินะ
เราถึงตัวเมืองเชียงใหม่ตอนราวๆ 11 โมง แล้วก็ไปทานข้าว เติมพลังกันก่อน เพราะบ่ายวันนี้จะมีโปรแกรมทัวร์เมืองเชียงใหม่กันต่อ

ที่แรกที่ไปคือวัดพระธาตุดอยสุเทพ คนเยอะมากๆเลย แถมช่วงนั้นเป็นตอนบ่ายๆ เลยออกจะร้อนไปซักนิด แต่ก็ได้ทำบุญหลังจากห่างหายจากวัดวาอารามไปนานพอสมควร
จากนั้นเราไปหาสองศรีแพนด้าพลัดถิ่นที่สวนสัตว์เชียงใหม่ ที่นั่นใหญ่มากเลยล่ะ มีพื้นที่เป็นเขาทั้งลูกเลยก็ว่าได้ล่ะมั้ง
ช่วงเวลาที่เราไป เจ้าแพนด้าสองตัวกำลังนั่งแทะไผ่อย่างเมามันเลยทีเดียว ไผ่มันรสชาติเป็นยังไง ทำไมแพนด้าชอบกิน แล้วมันจะเหมือนอ้อยมั้ย อยากรู้จัง

สองรายการสุดท้ายเป็นรายการช็อปปิ้ง ที่ตลาดวโรรสฉันซื้อของไปไม่เยอะเท่าไหร่ เพราะจะเก็บเงินไปกะเหมาของที่ตลาดคนเดิน

6 โมงฤกษ์ดี ได้เวลาเทกระเป๋าที่ถนนคนเดิน ฉันซื้อของแฮนด์เมดเยอะแยะเลย ทั้งตุ๊กตา พวกกุญแจ และเสื้อ และฉันก็ไม่ลืมที่จะซื้อโปสการ์ดไปให้คุณแม่ด้วยล่ะ ฉันรู้ว่าคุณแม่ชอบโปสการ์ดมาก
แม่เคยเปิดกล่องเก็บโปสการ์ดให้ฉันดูทีนึง ของข้างในวางทับกันจนจะล้นกระป๋องออกมาอยู่ร่อมร่อแล้วล่ะ ถ้าได้โปสการ์ดมาอีกนิดคงปิดกล่องไม่ได้แล้วล่ะ

ที่นั่นมีนักดนตรีเยอะแยะเลย ดูเหมือนเพื่อนๆเราบางคนจะสนใจเหมือนกันนะ ขนาดฉันไม่ใช่คนช่างฟังเพลง ไม่ได้มีหูนักดนตรี แต่ฉันก็ยังรู้สึกได้เลยว่ามันเพราะจริงๆ
และที่น่าสนใจสำหรับฉัน นั่นคือหุ่นยนต์มนุษย์ แบบที่เคยเห็นฝรั่งทำในทีวีน่ะ เขาใส่เสื้อสีขาว ทาหน้าสีขาว แล้วก็ยืนนิ่งๆอยู่กลางถนน มีตะกร้าใส่เงินวางตรงหน้า ใครเอาเงินใส่เขาก็จะหันมาเชคแฮนด์ หรือไม่ก็โบกมือ แล้วก็ยืนนิ่งเหมือนเดิม เห็นแล้วเมื่อยแทนจริงๆ

เดินถึง 3 ทุ่มก็ได้เวลากลับบ้านเราแล้ว ขากลับก็ยังขึ้นรถไฟกลับเหมือนที่บอกมาตอนแรก
นั่งมองแสงไฟจากเชียงใหม่วิ่งผ่านตาไปเรื่อยๆจนเหลือแต่ป่ามืดๆ สนุกที่สุดเลย บ๊ายบายนะเชียงใหม่ บ๊ายบายนะดอยแตะเมฆ........

*****

 ปอลิง.....คุณครูโคค่อนขา มินท์ขอดองการบ้านสี่ เจ็ด แปดไว้ก่อนนะคะ คุณแม่งานยุ่งเพราะเปิดเทอม และเวลานอนสำหรับวัยเรียนมีค่าอย่างมาก ฉะนั้นถ้าเห็นบลอคไม่ขยับ การบ้านไม่มี ก็อย่าเพิ่งลืมกัน หรือปรับตกไปนะคะครู

Comment



smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry

ในที่สุดมิ้นก็อัพ ค่ายดอยสำเร้จ
เอาใจช่วยนะครับ

แล้วจะมาติดตามอ่านการบ้านมิ้นท์นะครับ
...
93Thai

#1 By Thai-Cubic on 2008-06-05 19:27

ชิ ชั้นมิได้ไปเพราะเป็นเด็กใหม่
ชิ~!!


question

#2 By :::Patricia::: on 2008-06-05 20:08

มาอ่านแล้วนะครับ เพลินๆดี

จะบอกว่าการบ้านนี่ไม่ต้องซีเรียสนะครับ
ไว้มีอารมณ์ มีเวลา และมีเรื่องเขียน ก็ค่อยมาเขียน
โดยเฉพาะตั้งแต่การบ้าน7เป็นต้นไป
ไม่จำเป็นต้องทำทุกอันนะครับ
เพราะมันเป็นเหมือนไกด์ในการสร้างเรื่องราวให้นักเรียนน่ะ
ดังนั้นเมื่อคิดว่ามีการบ้านไหนตรงใจอยากเขียนก็ค่อยเขียนนะ

ผมเองก็เปิดเทอมแล้ว คงไม่มีเวลามาคลุกคลีมากเหมือนกัน
แต่ก็คงปล่อยการบ้านไปเรื่อยๆเมื่อนึกออก
เผื่อใครที่ยังว่างจะได้เขียนอะไรให้เรามาอ่านสนุกๆกันครับ

อย่างไรก็ตาม อุตส่าห์มาแจ้งไว้ก็ดีแล้วล่ะ
เชื่อว่าเพื่อนๆคงเข้าใจและรอหนูมินต์ต่อไปครับ

#3 By โคค่อน on 2008-06-05 20:28

ในทึ่สุดก็ได้อ่านตอนจบ เขียนได้อารมณ์เหมือนไปมาจริงๆเลยครับbig smile