[CS] GreenBeans Growing
posted on 22 Jun 2008 16:32 by pink76 in CubicSchoolCredit : Cubic School
การบ้าน 7 ชวนเพื่อนปลูกถั่วเขียว
"การบ้านที่ครูจะให้วันนี้ก็คือ ให้นักเรียนจับคู่กับเพื่อนแล้วไปปลูกถั่วเขียวกันนะ"
เสียงฮือฮาจากนักเรียนห้องสี่ทับหนึ่งดังขึ้นทันทีที่ครูพูดประโยคแรกจบ
"อย่าเพิ่งโวยวาย ฟังครูให้จบก่อน"บุคคลหน้าห้องเคาะไม้บรรทัดในมือไม่แรงนัก จากนั้นเสียงเด็กๆก็เงียบลง
"ให้นักเรียนทุกคนหาคู่ของตัวเอง แล้วก็มาขอใบรับรองที่ครู ครูจะให้ถั่ว ปลูกแล้วก็จดบันทึกมา ไม่เห็นจะยาก ทำไมต้องโวยวายกันไม่ทราบ"
"งานนี้พวกผมทำกันตั้งแต่ปอหนึ่งปอสอง ทำไมครูต้องให้มาทำอีกล่ะ พวกผมน่ะไม่ใช่เด็กประถมหัวเท่ากำปั้นแล้วซักหน่อย" ธียกมือขึ้นถามผู้เป็นอาจารย์ด้วยความสงสัย คำตอบที่ได้มาทำให้ทุกคนเถียงกลับไม่ถูก
"เคยทำเหรอ....งั้นก็ดิสิ งั้นครูจะได้ดูว่าความสามารถของเธอจะดีขึ้นกว่าตอนปอหนึ่งมั้ย ถ้าเป็นเด็กปอหนึ่ง ปลูกถั่วเขียวตายครูก็ไม่ว่าหรอก แต่ถ้าเป็นนักเรียนมอสี่ ครูว่านักเรียนคงไม่ปล่อยให้ถั่วเน่าแล้วก็ตายใช่มั้ย เพราะมันจะหายไปพร้อมกับคะแนนพวกเธอ เอาละ ถ้าไม่มีใครมีคำถามอื่น งั้นก็เจอกันชั่วโมงหน้า"
เด็กๆทุกคนทยอยเดินออกจากห้องเพื่อที่จะไปทานข้าวมื้อเที่ยง มินท์นั่งมองเพื่อนๆทุกคนในห้องก่อนที่จะลุกเดินตามไปเป็นคนสุดท้าย
"ธูป...ไม่เอา เดี๋ยวผีหลอก งั้นพราว...ไม่เอาอีกนั่นแหละ น่ากลัว ไทยก็คู่กันตอนไปเที่ยวแล้ว วินด์..ก็ไม่เอา เข้าใกล้จะโดนกัดรึเปล่าไม่รู้.....ฯลฯ"มินท์นั่งบ่นกับตนเองขณะที่นั่งมองเพื่อนๆในห้องระหว่างพักเที่ยง
สายตาหันไปเจอฟองคลื่นที่กำลังทำท่าเงอะๆงะๆอยู่กลางลานโรงเรียนจึงเดินเข้าไปหา
"เอ่อ....ฟองคลื่นคะ" มินท์เดินเข้าหาฟองคลื่นทางด้านหลัง แน่นอนว่าเธอคงไม่รู้ตัว จึงได้แสดงกิริยาเช่นนี้....
"เห้ยย!!!! ห๊ะ...อะ...อะไรเหรอมินท์ เข้ามาไม่ให้สุ้มให้เสียง ตกใจหมด"
มินท์เลิกคิ้วด้วยความสงสัยแล้วชูแขนข้างที่ใส่กำไลขึ้น
"เยอะขนาดนี้ ยังเรียกว่าไม่ให้สุ้มให้เสียงอีกเหรอ....ช่างเถอะ ว่าแต่เธอทำอะไรอยู่เนี่ย"
"ก็.....เราจะหาเพื่อนมาปลูกถั่วเขียวด้วยกันน่ะ แต่ก็...ไม่กล้าคุยกะใครซักคน"ท้ายประโยคเสียงเบาลงเรื่อยๆจนเหมือนกระซิบ มินท์ยิ้ม ในที่สุดก็หาคู่เจอซักที
"งั้นคู่กับเราเถอะ แต่อันที่จริง เธอก็ปฏิเสธเราไม่ได้อยู่แล้วนั่นแหละ"มินท์ยิ้มร่า แล้วจูงมือฟองคลื่นไปเอาไปรับรองจากอาจารย์ใหญ่โดยที่บุคคลด้านหลังก็ไม่ได้ขัดขืนหรือมีสีหน้าไม่พอใจสักนิด
เช้าวันรุ่งขึ้น
สองสาวหอบอุปกรณ์ปลูกถั่วเขียวมาเต็มสองมือ วิธีของพวกเธอนั่นคือแยกปลูกทั้งสองแบบ ทั้งแบบใช้ดินและวางบนกระดาษทิชชู อย่างน้อยก็มั่นใจได้ว่า เกิดวิธีใดวิธีหนึ่งไม่ได้ผล พวกเธอก็ยังคงมีคะแนนจากอีกวิธีหนึ่งอยู่ดี
และอุปกรณ์ล้านแปดที่จะนำมาใช้ได้แก่
1.ดิน
2.ทิชชู
3.กระบะ
4.เมล็ดถั่วเขียว
"เอ่อ...ฟองคลื่น"
"มีอะไรเหรอ"สาวน้อยขานรับทั้งๆที่ยังไม่เงยหน้าจากกระบะถั่วเขียวที่เต็มไปด้วยทิชชูเปียก
"เธอปลูกต้นไม้เป็นเปล่าอ่ะ เราทำไม่เป็น....หมายถึง เราเริ่มต้นไม่ถูกอ่ะ ไม่เคยทำเองซะที เคยเป็นแต่ลูกมือ หยิบโน่นจับนี่แค่นั้นเอง"
"เราเคยลองปลูกอยู่สองสามรอบ ถึงตอนนี้มันจะตายหมดแล้ว แต่ครั้งหนึ่งมันก็เคยโตนะ มินท์เชื่อใจเรามั้ยล่ะ"
"เชื่อ ต้องเชื่อแน่นอน"
"ถ้าเชื่อ....งั้นก็เอาดินลงกระบะให้หน่อยสิ ลงจนเกือบเต็มกระบะเลยก็ได้"มินท์ทำตามที่ฟองคลื่นบอกอย่างว่าง่าย ไม่นานทั้งสองกระบะก็เต็มไปด้วยดิน ทิชชู และเมล็ดถั่วเขียวที่เรียงกันอย่างเป็นระเบียบ
ฟองคลื่นปาดเหงื่อที่ซึมออกจากหน้าผากเนื่องจากอากาศร้อนอบอ้าวของประเทศไทย ในขณะที่มินท์รดน้ำลงไปบนกระบะอย่างเบามือ
"อ้อ แล้วก็เวลารดน้ำก็รดเบาๆอย่างนี้ทุกวันเลยนะ ต้นถั่วเขียวมันก็บอบบางอยู่แล้ว ขืนเทลงไปแรงๆคงกระจายหมดแน่นอน"
"รับทราบค่ะ!!"มินท์ทำท่าตะเบ๊ะ เรียกรอยยิ้มจากเพื่อนสาวได้พอสมควร "เออ ว่าแต่เวรรดน้ำกะจดบันทึก เราจะจัดยังไงดีล่ะ ถ้าไม่จัดแล้วมารดชนกัน มีหวังได้ถั่วเขียวเน่าชัวร์เลย"เธอถามต่อ
"เรารดน้ำ แล้วเธอจดบันทึกให้แล้วกัน โอเคมั้ย"มินท์พยักหน้าแทนคำตอบ "งั้นก็กลับห้องกันเถอะ ล้างมือไปเรียนกัน"
ผลการปลูกต้นถั่วเขียวของสองสาว ได้ถูกบันทึกมาในสมุดโดยฝีมือของมินท์
วันที่หนึ่ง
เราเริ่มปลูกถั่วกันวันจันทร์ เมล็ดถั่วเขียวทั้งหลายเพิ่งถูกมินท์และฟองคลื่นจับแยกเป็นสองกลุ่มใหญ่ๆ แล้วก็ปลูกโดยใช้ดินและทิชชู
เราสองคนยกกระบะไปวางไว้ที่ริมๆสนาม ที่ๆเราจะแน่ใจได้ว่าจะไม่มีฟุตบอลลอยลงมากลางกระบะ และถั่วเขียวทั้งหลายจะได้รับแสงแดดเพื่อใช้ในการสังเคราะห์แสงอย่างเต็มที่
เราสองคนจะรอวันที่พวกเธอเติบโตขึ้นมาสู่โลกภายนอกนะ
วันที่สี่
ในที่สุดก็สำเร็จจนได้ วันนี้มีต้นถั่วงอกทยอยขึ้นมาเป็นใบสีเขียวอ่อนๆ นับโดยรวมทั้งสองกระถางก็ราวๆยี่สิบต้น
แต่เราแน่ใจว่าเราใส่ถั่วไปมากกว่านั้น และมันจะต้องโตโผล่พ้นดินมาภายในวันสองวันนี้แหละ ไม่นานเกินรอ ให้เวลามันซักหน่อย แล้วมันจะโตมาเป็นถั่วงอกให้เราเชยชมได้ชัวร์ๆ
ฟองคลื่นดูจะดีใจกับถั่วเขียวน้อยมากเลยล่ะ เธอบอกว่าเธอดีใจที่ไม่ทำต้นถั่วตายยกครัว
มินท์เองก็ดีใจ ที่การปลูกต้นไม้เป็นจริงเป็นจังของเธอประสบผลสำเร็จ อย่างน้อยก็มีกำลังใจจะไปปลูกต้นไม้อื่นๆที่ยากกว่าถั่วเขียวล่ะ
วันที่ห้า
เช้านี้ฟองคลื่นทำท่าเหมือนนึกอะไรสักอย่าง แล้วก็ตบมือตัวเองซะดัง พร้อมกับบอกว่า เธอลืมนึกถึงวันหยุดเสียสนิท ถ้าพวกถั่วตากแดดจัดๆสองวันโดยที่ไม่มีน้ำ มันจะอยู่กันได้เหรอ
แต่มินท์ไม่เข้าใจ ทีต้นไม้ต้นใหญ่ๆไม่ต้องรดน้ำทุกวันมันยังไม่ตายเลย ถั่วเขียวมันก็เป็นต้นไม้เหมือนกัน ทำไมมันถึงจะตายล่ะ
ฟองคลื่นยิ้ม ยิ้มทำไมมินท์ก็ไม่เข้าใจ แล้วก็บอกว่า เธอเองก็ไม่รู้หรอกว่าถ้าไม่ได้รดน้ำสองวันมันจะตายไหม แต่ถ้าเราเทียบต้นไม้เพิ่งเกิดกับเด็กทารกดูจะเห็นภาพกว่า แน่นอนว่าเด็กทารกต้องแข็งแรงน้อยกว่าผู้ใหญ่ ต้นไม้ก็เหมือนกัน ถ้ามันยังอ่อนแอแล้วไม่มีใครเอาอาหารมาให้มันก็คงตายแหงๆ
อืม...มินท์เข้าใจแล้วล่ะ
เราสองคนนั่งนึกอยู่นานว่าจะฝากใครดูแลถั่วเขียวพวกนี้ได้มั่ง แล้วพวกเราก็นึกถึงพี่ยามยอด เขาต้องตรวจตราดูแลโรงเรียนอยู่ทุกวันไม่เว้นวันหยุดอยู่แล้ว ถ้าเขาจะช่วยสละเวลาเดินตรวจตรารอบโรงเรียนมาเทน้ำใส่กระถางเราสักนิด คงไม่มีปัญหาอะไร
เราเดินไปถามพี่ยามยอด และคำตอบของเขาคือ "ได้สิครับ วันหยุดนี้มีเด็กๆมาฝากพี่รดน้ำต้นถั่วหลายคนเลย พี่จะรดให้ทุกคนอยู่แล้วแหละครับ"
ได้ยินอย่างนั้นเราสองคนค่อยสบายใจขึ้นหน่อย ยังไงๆเราก็มั่นใจได้ว่าวันหยุดนี้พวกต้นไม้จะไม่อดตาย และถ้ามันจะตาย มันจะไม่ใช่เพราะขาดน้ำแน่นอน
วันที่แปด
มินท์และฟองคลื่นมาโรงเรียนแล้วก็รีบตรงไปที่กระถางต้นไม้เป็นอย่างแรก หวังเป็นอย่างยิ่งว่าเราจะไม่เจอถั่วแห้งตายคากระถาง
แล้วพี่ยามยอดก็ไม่ทำให้เราผิดหวัง ถั่วยังอยู่เป็นถั่วในที่ๆมันควรจะอยู่ แต่ผิดกับวันศุกร์ตรงที่ต้นถั่วเกิดขึ้นมาใหม่ในช่วงวันเสาร์อาทิตย์พอสมควรเลย
ถั่วงอกสีเขียวอ่อนต้นเล็กๆ ดูบอบบางเหมือนกับเด็กเล็กๆที่ต้องการการดูแลประคบประหงมอย่างดี มินท์กับฟองคลื่นต่างก็รู้สึกเหมือนกันว่า ทุกทีที่ได้มานั่งมองต้นถั่วสีเขียวๆแบบนี้แล้วอารมณ์ดีจัง
มันคงมีคุณสมบัติ ปล่อยความสุขมาพร้อมๆกับออกซิเยนสินะ
วันที่เก้า
วันนี้เป็นวันที่ครูจะตรวจต้นถั่วด้วย เราสองคนค่อนข้างมั่นใจว่ามันคงไม่มีปัญหาอะไรหรอก ต้นถั่วงอกของเราก็เติบโตขึ้นมาได้กระจุ๋มกระจิ๋มน่ารักดี และดูเหมือนว่าครูจะชอบบันทึกที่มินท์เขียนซะด้วย
แล้วคะแนนเต็มสิบก็เป็นของพวกเรา สรุปการทำงานชิ้นนี้ก็จบลงแล้วสินะ แต่พวกเราจะไม่เอาต้นถั่วไปทิ้งหรอก อุตส่าห์ลุ้นมาจนโต ถ้าจะให้ไปทิ้งก็ดูน่าเสียดายไปนิด
ฟองคลื่นเสนอเมนูถั่วงอกผัด พร้อมกับโฆษณาว่าแม่ของฟองคลื่นทำอาหารอร่อยมาก แค่ถั่วงอกเนี่ยไม่ครณามือหรอก แต่เราก็ต้องปลูกมันต่อไปอีกสักพัก รอให้มันโตกว่านี้แล้วจะเก็บมากินกัน
วันที่สิบห้า
จากที่เราสองคนตกลงกันเมื่ออาทิตย์ก่อนว่าจะเอาต้นถั่วงอกที่ปลูกกันได้ไปแปรสภาพเป็นผัดถั่วงอก แล้ววันนี้ก็ได้ฤกษ์ดีที่จะนำถั่วไปแปลงร่าง
เย็นของวันนี้มินท์ตามฟองคลื่นไปที่บ้าน คุณแม่ของฟองคลื่นต้อนรับมินท์เป็นอย่างดีเลยล่ะ แล้วก็ปล่อยให้เราสองคนนั่งเล่น รอผัดถั่วงอกกันไปก่อน
ระหว่างที่นั่งเล่นก็มีกลิ่นหอมๆโชยมาไม่ขาดตอน
รอไม่กี่อึดใจคุณแม่ของฟองคลื่นก็ยกผัดถั่วงอกมาให้พร้อมข้าวสวยร้อนๆสองจาน
อ้ำ!!!!!! อร่อยที่สุดเลย ^_______________^


อ่านแล้วทำให้รู้สึกถั่วงอกน่ากินขึ้นเยอะ ฮะๆๆ
#1 By ~ต้นน้ำ~ on 2008-06-22 16:50