ไปทัศนศึกษากับทางโรงเรียนมาค่ะ เมื่อวันศุกร์ที่ห้า
เป็นกลุ่มนักเรียนเล็กๆ ก็คือชั้นมอห้าทั้งหมด ราวๆห้าสิบหกสิบคน ก็เต็มรถบัสกับรถตู้อย่างละคันพอดี
เที่ยวแถวๆสระบุรีแล้วก็ลพบุรี ความไกลกำลังพอดี ไม่มากไม่น้อยเกินไป
รั่วใส่รถเต็มที่เลยทีเดียวเชียว สนุกสนานเฮฮากับดินแดนห้องซีในชั้นล่างของรถบัส เปิดวงไพ่แบบไม่เกรงใจคนข้างบนเลย...
เอ่อ.....ตำรวจไม่จับก็ดีเท่าไหร่แล้ว เนอะ
ที่แรกของการเดินทางคือวัดพระพุทธบาท
ก่อนจะเดินขึ้นบันได ไกด์เขาก็บอกว่าถ้าเราอธิษฐานอะไรแล้วเดินกลั้นหายใจขึ้นบันได มันจะเป็นจริง
ต่างคนต่างก็เลยวิ่งขึ้นมาในสภาพเนี้ย
ถึงข้างบน ต่างคนต่างก็หอบแฮก
หลังจากนั้นก็แยกย้ายกันไปไหว้พระ เสี่ยงเซียมซี บริจาค หรือทำอะไรตามอัธยาศัย
แต่ที่แน่ๆ ต้องมีถ่ายรูปล่ะ ก็เพื่อนๆฉันบ้ากล้องกันจะตายไป
ฉันเองก็ทำบุญแล้วก็เดินถ่ายรูปไปเรื่อยเปื่อย


หลังจากนั้นก็ไปซื้อของกันตามความอยากและตามอัตราเงินในกระเป๋า
ฉันเองก็ได้ขนมบ้าบิ่นแถวๆนั้นไปฝากน้องสาวกล่องนึง และกระดานชนวนเพื่อสนองความต้องการตนเอง
แล้วเราก็เดินทางกันต่อ.....
นั่งรถผ่านศาลพระกาฬไม่นานก็ถึงที่จุดหมายต่อมา นั่นคือวังนารายณ์ราชนิเวศ
เราก็ฟังประวัติสถานที่ แล้วก็เดินดูแถวหมู่ตึกสิบสองท้องพระคลัง ซึ่งเป็นตำแหน่งด้านนอก
การเดินชมวัดของพวกฉันมันดูท่าจะสงบสุขดี ถ้าเราไม่เจอ.......กิ้งกือ
เพื่อนสาวของฉัน เธอแมนเต็มที่มาก หลังจากที่ฉันชี้ๆพี่มากขาให้เธอดู เธอก็ก้มๆ..........แล้วก็หยิบเลย
ทั้งๆที่ผู้ชายห้องเดียวกันกับเธอยังใช้ไม้เขี่ยๆ ส่วนอีกสามคนใกล้ๆน่ะวิ่งป่าราบไปแล้ว
ส่วนเพื่อนผู้หญิงน่ะเหรอ อย่าหวังว่าพวกเธอจะไม่กรี๊ด บางคนวิ่งหนีอีกต่างหาก
เอ่อ.......มันแปลกดีนะฉันว่า
ฉันเดินผ่านไป จนถึงพระที่นั่งในชั้นกลาง ก็เดินๆ ปีนๆตามประสา
เก่าและขลังดี
เวลาฉันไปเที่ยวตามโบราณสถาน มันทำให้ฉันต้องแอบจินตนาการในหัวตลอดเลยว่า ในช่วงเวลาหลายร้อยปีที่ผ่านมาก่อนที่มันจะผุพังได้ขนาดนี้ จะมีใครทำอะไรที่นี่ แล้วตรงนี้จะเป็นอย่างไรกัน
ที่สุดท้ายเป็นพระที่นั่งแถวชั้นในที่มีพิพิธภัณฑ์ มีพิพิธภัณฑ์ภาคกลาง แล้วฉันก็เห็นไอ้เจ้าของชิ้นนี้
เจ๋ง อยากลองเล่นมั่งจัง อยากรู้ว่าต้องกดยังไง หมุนยังไง แล้วมันจะเด้งออกมา หรือจะเทออกมาอย่างนุ่มนวล
แค่คิดก็สนุกแล้ว
ฉันได้เข้าไปดูจนถึงห้องบรรทมของสมเด็จพระจอมเกล้า แล้วก็เห็นเตียง
เตียงเล็กมากๆเลย มันก็เลยทำให้ฉันจินตนาการเตลิดเปิดเิปิงหนักเข้าไปอีก
ว่าตกลงแล้วคนในยุคก่อนๆตัวเล็กมากเลยรึเปล่า แล้วที่ฉันตัวสูงชะลูดมันเป็นเพราะอะไรกัน
จบจากที่นั่นก็เดินออกมาทางเดิมเพื่อทีจะทานข้าว
และสืบเนื่่องมาจากอาการกรี๊ดกร๊าดของเพื่อนๆหลายๆคนที่ดูจะล้นไปหน่อย พวกเราก็เลยโดนคุณครูที่รักเม้งใส่กันถ้วนหน้า แ้ล้วก็จ๋อยกันไปเป็นแถบๆ
ข้าวเลยกร่อย หมดอร่อยเลย
แล้วสถานที่สุดท้ายก็คือวัดพระบาทน้ำพุ ฉันไม่ได้ถ่ายรูปมา เพราะว่าในพิพิธภัณฑ์ชีวิตเขาเอาคนเป็นเอดส์จริงๆที่ตายแล้วมาแสดง ก็เลยไม่รู้ว่าจะถ่ายมาทำไมให้หลอนตัวเองเปล่าๆ
จากนั้นก็ไปดูการแสดงโชว์จากคนที่ติดเชื้อเอดส์ มีนักแสดงคนนึงเป็นชายเทียม เต้นเก่งสุดๆ ฉันว่ามันต้องเป็นอาชีพเขาแน่เลย เขารู้ว่าต้องทำท่ายังไงให้สวย ต้องแสดงยังไงให้ดูดี
เจ๋งดี ฉันชอบนะ
ฉันไม่รู้หรอกว่าในจิตใจเขาเป็นยังไง แต่ฉันอยากจะบอกเขานะว่าให้สู้ๆไว้ เพราะการที่เขาเป็นแบบนี้มันก็ไม่ได้ทำให้เขาต่างจากคนทั่วไปหรอก อย่างน้อยมันก็รับรองได้จากสายตาคนนอกอย่างฉัน
แ้ม้ว่าร่างกายเขาอาจจะต้องอ่อนแอกว่าฉันซักวัน แต่อย่างน้อยเขาก็มีจิตใจที่แข็งแกร่งกว่าฉันแล้วล่ะ
ถ้าใครในที่นี้ยังร่างกายแข็งแรงไร้โรคภัย รักษามันไว้ให้อยู่กับตัวคุณนานๆนะคะ
เพราะนั่นเป็นสิ่งวิเศษที่สุดแล้วล่ะ
end.
Tags: field, field trip, lopburi, saraburi, trip11 Comments




#1 By ·´¯`·۞.>>--» ll ค่ นี้ ก้ อ สุ ข จั ย เ กิ u w อ.●•♪ L ด : ฮิ ป อ า $ ม ณ์ ll ด ก °º¤ø,¸¸,ø¤º°`°º¤ø ● εїз on 2008-09-07 20:31